โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ถาม
– ตอบ

เกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญา

  1.  

การสอบท้าทาย นักศึกษาที่ขอสอบจะไม่มีการบันทึกว่ามีความสามารถระดับใด แต่หากมีประสบการณ์จากต่างประเทศและภาษาอังกฤษดี อยากจะวัดผลทางด้านภาษาอังกฤษ 15 หน่วยกิตเลย จะมีความเป็นไปได้เพียงใด

ตอบ

การสอบขึ้นกับวิชาที่ขอเทียบโอนว่ามีหลักเกณฑ์ในการประเมินอย่างไร และสามารถให้เทียบกี่หน่วยกิต ซึ่งสถาบันอุดมศึกษา ต้องกำหนดอีกว่าจะได้ไม่เกินกี่หน่วยกิต ขึ้นกับสถาบันจะกำหนด แต่วิธีการสอบนั้นใช้ได้ แต่อาจมีการสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้อีก ซึ่งแล้วแต่สถาบันกำหนด

  1.  

ขอให้อธิบายศัพท์ที่เกี่ยวกับการเทียบโอน คือ การย้ายหลักสูตรหรือสาขาวิชาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งในสถาบันเดียวกัน  การเทียบโอนในที่นี้จะรวมถึงการย้ายสาขาวิชาในสถาบันเดียวกัน หรือไม่

ตอบ

สถาบันอุดมศึกษาในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยเดิมจะใช้ “เทียบโอน” ทั้งการย้ายภายในสถาบันเดียวกันและต่างสถาบัน  แต่สถาบันราชภัฎมีระเบียบว่าด้วยการโอนและยกเว้นผลการเรียน ซึ่งจะใช้ต่างกัน คำว่า “การโอน” เป็นการโอนระหว่างสถาบันราชภัฎด้วยกันเองที่นักศึกษาสถาบันราชภัฏไม่ว่าที่ใดก็ตามสามารถที่จะโอนรายวิชาทั้งหมดที่เรียนไปอีกสถาบันหนึ่งได้  ส่วน “การยกเว้น” เป็นกรณีที่นักศึกษาไม่ต้องการโอนทั้งหมดจะขอยกเว้นเป็นรายวิชาได้

  1.  

หน่วยกิตที่นักศึกษาต่างสถาบันนำทรานสคริปต์มาให้เทียบโอนมีรายวิชาที่ได้ต่ำกว่า C จะนำมาลงบันทึกในทรานสคริปต์ของอีกสถาบันหนึ่ง หรือไม่

ตอบ

ไม่  รายวิชาที่ต่ำกว่า C ตามมาตรฐานขั้นต่ำไม่ให้เทียบโอน จะเทียบโอนได้ต้องไม่ต่ำกว่า C การบันทึกจะบันทึกตามที่เทียบโอนว่าโอนมาจากสถาบันใด  หน่วยกิตเท่าใด ก็จะบันทึกตามนั้น แต่จะไม่นำมาคิดคำนวณคะแนนเฉลี่ยสะสม

  1.  

การเทียบโอนระดับอนุปริญญาจะเกี่ยวข้องตามเกณฑ์ฯ ด้วยหรือไม่เพราะหลักเกณฑ์เป็นระดับปริญญา

ตอบ

เกี่ยวข้อง  เนื่องจากหลักสูตรอนุปริญญาเป็นส่วนหนึ่งของปริญญาตรี          ถ้าจะมีการเทียบโอนก็ทำได้ในลักษณะเดียวกัน แต่หากสถาบันจะมีระเบียบเพิ่มเติมก็แล้วแต่สถาบันจะกำหนด

  1.  

นักศึกษาที่เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากแต่มีความรู้พออ่านออกเขียนได้จะสามารถนำประสบการณ์มาเทียบโอนระดับปริญญาได้หรือไม่

ตอบ

ไม่ได้  ตามหลักเกณฑ์การเทียบโอนฯ คนที่จะเทียบเข้าสู่ระดับใดต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับนั้น สมมุติว่าผู้ที่ต้องการเทียบโอนในระดับปริญญาตรีต้องจบมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ถ้าไม่จบก็ไม่สามารถมาเทียบโอนระดับปริญญาตรีได้  แต่หากสถาบันชื่นชมความรู้ความสามารถของบุคคลนั้นและต้องการยกย่อง  บางแห่งอาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์ได้ เช่น ศิลปินแห่งชาติที่เก่งๆ บางท่าน เป็นต้น  ถ้ากรณีต้องการปริญญาตามระบบการศึกษาต้องมีพื้นฐานตามที่ สกอ. กำหนด

  1.  

การประเมินการศึกษาหรือการอบรมที่จัดโดยหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษา  จะมีใครเป็นผู้ประเมิน

ตอบ

กรณีจะให้สถาบันอื่นจัดอบรมและต้องการนำผลมาเทียบโอนนั้น ต้องเป็นการตกลงร่วมกันกับสถาบันอุดมศึกษาให้เข้าไปดูแลหลักสูตรการจัดฝึกอบรม  และการฝึกอบรม เช่น ดูว่าผลการศึกษาอบรมที่คาดหวัง  ระยะเวลาการฝึกอบรม และหลักสูตรที่อบรมว่าสอดคล้องกับรายวิชาที่สถาบันอุดมศึกษาจะเทียบโอนให้หรือไม่ ตลอดจนความยากและความซับซ้อนของหลักสูตร และวิธีการประเมินของสถาบันฝึกอบรม ซึ่งหากสถาบันอุดมศึกษาเข้าไปประเมินแล้วเห็นว่ายังไม่เป็นที่พอใจอาจมีการจัดให้ประเมินเพิ่มเป็นรายบุคคลได้อีก เช่น ในประเทศออสเตรเลียรัฐจะเข้าไปกำกับดูแลสถาบันฝึกอบรมและหากแห่งใดได้มาตรฐานก็จะลงทะเบียนไว้ และทางสถาบันอุดมศึกษาก็สามารถยอมรับบุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันนั้นๆได้ ซึ่งหน่วยงานของออสเตรเลียนี้เรียกว่า Register Training Organization (RTO) 

  1.  

ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง ข้อแนะนำเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีฯ ข้อ 2.2  ผู้ขอเทียบโอนต้องสอบเข้าคณะวิชาที่ต้องการขอเทียบโอน สอดคล้องกับประกาศทบวงฯ เรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบโอนฯ ข้อ 1.3  ซึ่งกรณีนี้หากนักศึกษาเข้าคณะแพทยศาสตร์แล้วต้องการขอเทียบโอนวิชาภาษาอังกฤษที่เปิดสอนในคณะมนุษยศาสตร์จะได้หรือไม่

ตอบ

ได้   ในประกาศทบวงฯ ข้อ 2.2 นั้น จะมี ข้อความ “เช่น สถาบันอาจ          กำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจน.”  ไว้ด้วย  กรณีนักศึกษาแพทย์จะขอเทียบวิชาภาษาอังกฤษ  จะต้องดูว่าผู้เรียนจะได้ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต และในหลักสูตรแพทย์กำหนดให้เรียนวิชาภาษาอังกฤษหรือไม่ หากกำหนดให้เรียนก็สามารถเทียบโอนได้  โดยคณะแพทย์เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะเทียบโอนได้ด้วยวิธีใด  เช่น กำหนดว่าต้องสอบกับสถาบันภาษาให้ได้อย่างน้อย 70 % ก็จะให้เทียบโอนได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนเรียนวิชานั้น  หรืออาจให้ไปสอบกับคณะมนุษยศาสตร์ที่เปิดสอนวิชานั้นให้ได้อย่างน้อย 70 % ก็จะยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ 1 และ 2 ให้   แล้วแต่คณะแพทย์จะกำหนด  สรุปว่าการจะเทียบโอนรายวิชาใดได้หรือไม่ต้องดูว่าโครงสร้างหลักสูตรที่ขอเทียบโอนเพื่อรับปริญญามีวิชานั้นหรือไม่ แต่หากว่าวิชานั้นไม่มีในหลักสูตร  ผู้ขอเทียบโอนอาจขอเป็นวิชาเลือกเสรีก็สามารถทำได้

  1.  

ขอทราบกรณีที่นักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคขอเทียบโอนรายวิชาที่คล้ายกันกับสถาบันในกรุงเทพฯ และหากสถาบันในกรุงเทพฯ เห็นว่าวิชาที่ขอเทียบโอนนั้นสู้ของสถาบันตนเองไม่ได้และไม่รับเทียบโอนให้

ตอบ

กรณีนักศึกษาสถาบัน ก.  จะเทียบโอนไปสถาบัน ข. และสถาบัน ข. ไม่อยากรับนั้น  ตามหลักเกณฑ์นั้นไม่ว่านักศึกษาจะเรียนในสถาบันใดถ้าเป็นวิชาที่ตรงกันเทียบเคียงกันได้กับอีกสถาบันและมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า C ก็เทียบโอนได้   แต่การยอมรับหรือไม่ยอมรับให้มีการเทียบโอนข้ามสถาบันนั้น ในประเทศไทยเรายังมีปัญหา  ซึ่งสถาบันฝ่ายรับหากยังไม่พอใจหรือยังไม่ยอมรับผลการเรียนอาจใช้วิธีสอบเพิ่มเติมหรือประเมินเพิ่มได้ 

          ในต่างประเทศจะจัดทำคู่มือไว้เลยว่าแต่ละสถาบันมีวิชาใดบ้างที่เทียบโอนกันได้ ซึ่งประเทศไทยควรจัดทำเป็นคู่มือด้วย เช่น สถาบัน 4-5 แห่งอาจตกลงกันว่าสามารถเทียบโอนกันได้ในรายวิชาใดบ้าง และหากสถาบันใดยังไม่มั่นใจก็ให้มีการประเมินเพิ่ม ไม่ควรตัดสิทธิ์กัน  อำนาจในการตัดสินใจว่าจะให้เทียบโอนหรือไม่อยู่ที่สถาบันอุดมศึกษาฝ่ายรับ  ซึ่งฝ่ายรับต้องมีกติกาว่าจะกำหนดอย่างไร แต่ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ไม่ยอมรับการเทียบโอนข้ามสถาบันนั้น ต่อไปสถาบันต้องเปิดกว้างและกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้น เช่น ต้องมีเนื้อหาสาระ 3 ใน 4  แต่หากไม่มั่นใจก็ทดสอบ หรือสัมภาษณ์ หรือให้แสดงผลงานที่เชื่อถือได้ว่ามีความรู้ตามรายวิชา ซึ่งรายวิชาอาจไม่เหมือนกันทีเดียว แต่ Learning Outcome อาจสอดคล้องกัน ซึ่งสถาบันอาจยอมรับได้

  1.  

ขอความชัดเจนในเรื่อง การโอนและการย้าย  บางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการมานานแล้วในเรื่องของการโอนหน่วยกิตทั้งภายในมหาวิทยาลัย  ย้ายข้ามมหาวิทยาลัย และจากต่างประเทศ  ซึ่งการโอนและการย้ายสาขามีกติกาต่างกัน  การย้ายคณะวิชา หรือกระบวนวิชาในหลักสูตร เช่น กรณีการย้ายจากคณะแพทยศาสตร์  ไปคณะสังคมศาสตร์ ซึ่งมีวิชาที่สามารถนำไปใช้กันได้จะลงบันทึกในทรานสคริปต์ของคณะสังคม  และนำไปคิดคะแนนเฉลี่ยสะสมให้ด้วย  ส่วนการย้ายสาขาวิชาหากเป็นไปตามหลักเกณฑ์การเทียบโอนเกรงว่าหน่วยกิตที่รับโอนจะไม่สามารถนำไปคำนวณคะแนนเฉลี่ยได้จะเป็นปัญหาในระดับปฏิบัติ

ตอบ

ประกาศทบวงฯ เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีฯ  จะกำหนดไว้ว่ากรณีไม่คิดคะแนนเฉลี่ยสะสมจะเป็นเฉพาะการเทียบโอนต่างสถาบัน  สำหรับการเทียบโอนภายในสถาบันจะยังคงให้คะแนนเฉลี่ยสะสมและรายวิชาทั้งหมด  และในประกาศทบวงฯ จะใช้คำว่า “เทียบโอน” ตลอดไม่มีคำว่า “ยกเว้น หรือ ย้ายสาขาวิชา” แต่จะครอบคลุมการย้ายสาขาวิชา ซึ่งในประกาศจะบอกว่ากรณีต่างสถาบันไม่นำมาคิดคะแนนเฉลี่ยสะสม แต่หากเป็นภายในสถาบันต้องเป็นไปตามระเบียบสถาบัน คือนำมาคิดคะแนนเฉลี่ยสะสมด้วยทั้งหมด

  1.  

จากการที่รับนักศึกษาเข้าในระบบเทียบโอน  หากว่าเด็กเรียนดีและสามารถที่จะให้เกียรตินิยมด้วย  ตรงนี้ถ้าจะให้เกียรตินิยมตามข้อกำหนดสถาบันอุดมศึกษาเอกชนไม่ให้เกียรตินิยม ซึ่งหากพื้นฐานของเด็กเรียนมาได้เกรด 3.25 หรือ 3.5 และเมื่อเทียบโอนมาเรียนต่อเนื่อง2 ปีก็ได้เกรด 3.25 หรือ 3.5 อีกจะให้โอกาสเด็กได้เกียรตินิยมได้หรือไม่

ตอบ

ไม่ได้ ตามหลักเกณฑ์ฯ ไม่มีการให้เกียรตินิยมกรณีเทียบโอนในสากลก็ไม่มีการให้เกียรตินิยม แต่หากสถาบันเห็นว่าบุคคลผู้นั้นเก่งจริงๆ อาจใช้อำนาจสภาสถาบันพิจารณาให้เป็นรายบุคคลได้

  1.  

การเทียบโอนระดับปริญญากำหนดให้นักศึกษาต้องใช้เวลาศึกษาใน สถาบันที่รับโอนอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา ในทางปฏิบัติหมายความว่านักศึกษาต้องไปเรียนในสถาบันที่รับโอน 1 ปีการศึกษา  แล้วหน่วยกิต การลงทะเบียนเรียน การเข้าชั้นเรียนทำได้อย่างไรเมื่อนักศึกษายังไม่ได้เข้าไปเป็นนักศึกษาอย่างถูกต้องสมบูรณ์ตามระเบียบ ต้องทำในลักษณะใด

ตอบ

ผู้ที่จะขอเทียบโอนต้องเข้าเป็นนักศึกษาก่อนจะโดยวิธีใดขึ้นกับสถาบันกำหนด เมื่อเป็นนักศึกษาแล้วลงทะเบียนเรียนแล้วจึงจะขอเทียบโอนได้

  1.  

อยากทราบว่าในต่างประเทศมีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาโดยผ่านการเทียบโอนกี่เปอร์เซ็นต์ จะได้เป็นตัวเลขที่มองเห็นแนวโน้ม  ในประเทศไทยจะมีมากโดยเฉพาะสถาบันเอกชนที่เปิดกว้างและให้โอกาสแก่ผู้ที่เข้ามาเรียนและขอเทียบโอน

ตอบ

ได้มีการศึกษาวิจัยในแคนาดาว่า นักศึกษามีการเทียบโอนจำนวนมาก แต่นักศึกษาจะนิยมเทียบโอนโดยการสอบทั้ง Standardized Test และ Non-Standardized Test  มากกว่าการทำ Portfolio เพราะมีความยุ่งยากและต้องใช้ทักษะในการเขียนบรรยายสิ่งที่รู้มาก

          ในยุคนี้เราน่าจะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ด้วยตนเองไม่ใช่การเรียนรู้แต่ในห้องเรียนเท่านั้น และเพื่อที่จะลดค่านิยมของสังคมเรื่องใบปริญญาบัตร แต่ให้สังคมนิยมเรื่องสมรรถนะและความสามารถในการเรียนรู้และในการประกอบอาชีพมากกว่าใบปริญญา

  1.  

กรณีมีนักศึกษาต่างชาติหรือนักศึกษาไทยที่เคยไปศึกษาต่างประเทศมีพื้นฐานความรู้อยู่ในระดับดี ถึง ดีมาก สามารถยกเว้นรายวิชาภาษาอังกฤษ เช่น อังกฤษ 101 หรือ 102 โดยไม่ต้องลงทะเบียนเรียนวิชาเหล่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร และมีวิธีปฏิบัติอย่างไร

ตอบ

ได้  กรณีเทียบโอนได้หรือไม่นั้นสถาบันเป็นผู้กำหนดเมื่อนักศึกษามีความรู้ภาษาอังกฤษดี   ถ้าสถาบันจะให้เทียบโอนอย่างที่ยกตัวอย่างมา ถ้าสถาบันกำหนดว่าถ้านักศึกษาไปทดสอบที่สถาบันภาษาของสถาบันแล้วได้ 75 % ก็จะให้ยกเว้น 2 รายวิชานี้ นักศึกษาก็ไม่ต้องเรียน ขึ้นกับกติกาของสถาบันว่าจะกำหนดอย่างไรใช้คะแนนอะไรมาตัดสิน สถาบันอาจยอมรับคะแนนโทเฟล 500  คะแนน เป็นต้น  เป็นการยกเว้นหน่วยกิตให้สำหรับภาษาอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน

  1.  

การเทียบโอนประสบการณ์สามารถเทียบมายังวิชาแกนหรือวิชาพื้นฐานได้หรือไม่

ตอบ

ได้  ปกติการเทียบโอนไม่ได้บังคับ  สามารถเทียบได้หากรายวิชาเทียบเคียงกันได้  หากเป็นการเทียบในระบบให้เอาหลักสูตรมาเทียบกัน  กรณีการเทียบจากนอกระบบหรือตามอัธยาศัยในต่างประเทศจะให้เทียบวิชาเฉพาะหรือวิชาชีพ  ส่วนวิชาพื้นฐานทั่วไปไม่แนะนำให้เทียบเท่าไรนักของประเทศไทยหากสามารถเทียบเคียงกันได้ แล้วแต่สาขาวิชาโดยต้องคำนึงถึงในหลายๆ อย่าง หากนักศึกษาแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีความรู้ในวิชาที่ขอเทียบโอนก็น่าจะให้เทียบได้

  1.  

กรณีเด็กเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 1 ในหลักสูตรเดิม ย้ายมาหลักสูตรใหม่ต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์เบื้องต้น ซึ่งก็คล้ายๆ กันแต่ไม่เข้มเท่าคณิตศาสตร์ 1 และภาควิชาคณิตศาสตร์เทียบให้ได้  การลงบันทึกคะแนนทำอย่างไร จะใช้คะแนนเดิมมาใส่ในวิชาใหม่เลยใช่หรือไม่

ตอบ

การเทียบโอนการศึกษาในระบบไม่คิดแต้มคะแนนเฉลี่ย  กรณีนี้ไม่ใช่เป็นการเทียบโอนระหว่างสถาบัน แต่เป็นการเทียบโอนภายในสถาบันและเป็นการเทียบโอนในสาขาเดียวกันด้วย การบันทึกต้องบันทึกตามที่สาขาให้คะแนนมา คือ บันทึกเหมือนเดิมเพียงแต่ชื่อวิชาเรียกต่างไปจากเดิมจากวิชา ก. เป็น       วิชา ข. เอาเกรดเดิมมาใส่  เป็นการเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย

  1.  

ในประกาศทบวงฯ เรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบโอนฯ  ข้อสุดท้ายว่า “ให้เป็นไปสมบูรณ์ตามประกาศนี้” หมายความว่าที่เคยเทียบโอนไว้แล้วให้แล้วกันไปหรือไม่ อย่างไร

ตอบ

ที่กำหนดไว้นั้นเป็นภาษากฎหมาย หมายความว่า สิ่งที่ได้ทำมาแล้วก่อนที่จะมีประกาศนี้ก็ให้ถือว่าถูกต้องสมบูรณ์ แต่เมื่อมีประกาศฉบับนี้แล้วต่อไปต้องทำตามประกาศฉบับนี้

  1.  

การเทียบโอนผลการเรียนในระดับปริญญาตรี ในหลักเกณฑ์ฯ ระบุไว้ว่า ให้เทียบโอนเป็นรายวิชาหรือกลุ่มรายวิชา...นั้น  จะสามารถเทียบโอนจากรายวิชาจำนวน 2 – 3 รายวิชาเข้าสู่ 1 รายวิชาในหลักสูตรที่จะขอเทียบโอน ได้หรือไม่

ตอบ

ได้ ทั้งนี้ รายวิชาที่ขอเทียบต้องมีเนื้อหาสาระของรายวิชารวมแล้วไม่น้อยกว่าสามในสี่ของรายวิชาในหลักสูตรที่จะขอเทียบ

  1.  

ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัยฯ  ที่ระบุการเทียบโอนว่า ต้องเทียบเป็นรายวิชาหรือกลุ่มรายวิชา มหาวิทยาลัยจะต้องเทียบเป็นหลุ่มรายวิชาศึกษาทั่วไป กลุ่มรายวิชาเฉพาะ และกลุ่มรายวิชาเลือกเสรี ใช่หรือไม่ และจะสามารถเทียบโอนรายวิชาข้ามกลุ่มกันได้หรือไม่

ตอบ

ไม่ใช่   ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัยฯ  ที่ระบุการเทียบโอนว่า ต้องเทียบเป็นรายวิชาหรือกลุ่มรายวิชา นั้น  คำว่ากลุ่มรายวิชา หมายถึง กรณีที่สถาบันอุดมศึกษาจัดการเรียนการสอนเป็นแบบกลุ่มรายวิชา หรือชุดวิชาที่ประกอบด้วยหลายรายวิชาเป็น 1 กลุ่มรายวิชา  มิได้หมายถึง กลุ่มรายวิชาศึกษาทั่วไป  กลุ่มรายวิชาเฉพาะด้าน หรือกลุ่มรายวิชาเลือกเสรี  ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนเป็นรายวิชาจะต้องเทียบโอนเป็นรายวิชา และมหาวิทยาลัยโดยสภามหาวิทยาลัยสามารถกำหนดได้ว่า  ในแต่ละหลักสูตรจะให้เทียบโอนรายวิชาได้ในทุกกลุ่มรายวิชาหรือเทียบได้เฉพาะบางกลุ่มรายวิชา เช่น กลุ่มรายวิชาศึกษาทั่วไปและกลุ่มรายวิชาเลือกเสรี  ซึ่งต้องพิจารณาในแต่ละสาขาวิชา  เนื่องจากบางสาขาวิชาที่มีองค์กรวิชาชีพอาจไม่สามารถให้เทียบโอนรายวิชาในหมวดวิชาเอกได้ เช่น สาขาวิชาบัญชี เป็นต้น  ในการเทียบโอนรายวิชาสามารถเทียบโอนได้ในทุกกลุ่มรายวิชา หากเป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับรายวิชาในหลักสูตรที่จะขอเทียบโอนตามที่กำหนดในประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ฯ  ไม่ว่าจะเป็นรายวิชาในกลุ่มรายวิชาใด ทั้งนี้ ในการดำเนินการต้องให้สอดคล้องกับประกาศทบวง   มหาวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ พ.ศ. 2545

  1.  

การเทียบโอนหน่วยกิตหลักสูตรวิชาพนักงานโรงพยาบาล สาขาพนักงานผู้ช่วยพยาบาล ของโรงเรียนฝึกพนักงานโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทกับมหาวิทยาลัย สามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ

ได้  แต่ต้องใช้วิธีการเทียบโอนผลการเรียนรู้จากการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย เนื่องจากการจัดการศึกษาของโรงเรียนฝึกพนักงานโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ซึ่งรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและใช้เวลาศึกษา 1 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตร หากพิจารณาจากหลักสูตรและระยะเวลาในการศึกษาแล้ว อาจเป็นเพียงสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพ ดังนั้น เพื่อความชัดเจนและถูกต้องมหาวิทยาลัยควรขอให้หน่วยงานที่ได้อนุญาตให้โรงเรียนดังกล่าวเปิดดำเนินการเป็นผู้พิจารณาว่าการจัดการศึกษาของโรงเรียนเป็นการศึกษาระดับใดในส่วนของการเทียบโอนผลการเรียนสำหรับหลักสูตรที่จัดในรูปแบบการฝึกอบรมนั้น ถือเป็นการเทียบโอนผลการเรียนรู้จากการศึกษาที่จัดโดยหน่วยงานอื่นที่มิใช่สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นการเทียบโอนจากการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย  มหาวิทยาลัยควรจัดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเทียบโอนผลการเรียน ที่ประกอบด้วยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณาประเมิน วิธีการประเมินอาจใช้วิธีทดสอบความรู้ผู้ขอเทียบโอน หรือการประเมินหลักสูตรการฝึกอบรม ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของรายวิชา  ระยะเวลาการฝึกอบรมซึ่งรวมถึงจำนวนชั่วโมงในแต่ละรายวิชา  ระบบการวัดและประเมินผล  โดยเทียบกับรายวิชาในสาขาวิชาที่ขอเทียบโอนของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัยเรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ พ.ศ. 2545 ด้วย

  1.  

นักศึกษานำคุณวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าปริญญาตรีมาขอเทียบวิชาเรียนและโอนหน่วยกิตเพื่อเข้าศึกษาต่อปริญญาที่สองในระดับปริญญา ตรี จะสามารถกระทำได้หรือไม่ และขัดต่อหลักเกณฑ์หลักเกณฑ์การศึกษาปริญญาที่สองระดับปริญญาตรีของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน  พ.ศ. 2542  และหลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ พ.ศ. 2545 หรือไม่

ตอบ

ได้  เนื่องจาก ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์การศึกษาปริญญาที่สองระดับปริญญาตรีของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน  พ.ศ. 2542   ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเป็นนักศึกษาปริญญาที่สองระดับปริญญาตรีต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าขั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะและรับรองปริญญาแล้ว  และนอกจากนี้ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ พ.ศ.2545  ก็ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ขอเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาตรี ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย    หรือเทียบเท่าขึ้นไป ดังนั้น  การที่นักศึกษาขอนำคุณวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าปริญญาตรีมาขอเทียบวิชาเรียนและโอนหน่วยกิตเพื่อเข้าศึกษาต่อปริญญาที่สองระดับปริญญาตรี  จึงไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น  ซึ่งในการดำเนินการเทียบวิชาเรียนและโอนหน่วยกิตนั้น มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการตาม ข้อ 2.1 หลักเกณฑ์การเทียบวิชาเรียนและโอนหน่วยกิตระหว่างการศึกษาในระบบ  และอาจดำเนินการร่วมกับข้อ 2.2  ของหลักเกณฑ์การเทียบโอนความรู้และการให้หน่วยกิตจากการศึกษานอกระบบและ/หรือการศึกษาตามอัธยาศัยเข้าสู่การศึกษาในระบบ  ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ พ.ศ. 2545   แต่ทั้งนี้  มหาวิทยาลัยควรจะต้องมีระเบียบการเทียบโอนความรู้จากการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยที่ชัดเจน และควรมีกลไกในการพิจารณา ในรูปของคณะกรรมการ ซึ่งอาจใช้วิธีการทดสอบความรู้โดยการสอบร่วมกับการสัมภาษณ์ได้

  1.  

ผู้ที่ศึกษาในระบบการจัดการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างสถาบันและบุคคลภายนอก (Sit-in) สำหรับผู้เรียนที่ไม่สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและได้ลงทะเบียนเรียนในบางรายวิชาจะสามารถนำรายวิชาดังกล่าวไปเทียบโอนรายวิชาในหลักสูตรระดับอุดมศึกษา เมื่อเข้ามาศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้หรือไม่ 

ตอบ

ได้  เนื่องจาก การจัดให้ผู้เรียนที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายซึ่งถือว่าเป็นบุคคลภายนอกเข้าศึกษาในบางรายวิชาของหลักสูตรระดับอุดมศึกษา นั้น  เมื่อผู้เรียนเข้าศึกษาในหลักสูตรระดับอุดมศึกษาจะถือว่ารายวิชาที่ได้ศึกษามาแล้วนั้น เป็นการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยของผู้เรียน  หากประสงค์จะขอเทียบโอนผลการเรียน และมหาวิทยาลัยนั้นๆ มีระเบียบว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยเข้าสู่การศึกษาในระบบก็สามารถเทียบโอนผลการเรียนในรายวิชานั้นๆ ได้ ในการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย  มหาวิทยาลัยควรจัดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเทียบโอนผลการเรียนที่ประกอบด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณาประเมิน วิธีการประเมินอาจใช้วิธีทดสอบความรู้ของผู้ขอเทียบโอน หรือการประเมินรายวิชาที่ได้เรียนมาแล้ว ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของรายวิชา จำนวนชั่วโมงในแต่ละรายวิชา ระบบการวัดและประเมินผล  โดยเทียบกับรายวิชาในสาขาวิชาที่ขอเทียบโอนของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้  มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ พ.ศ. 2545 และประกาศทบวงมหา   วิทยาลัย เรื่อง ข้อแนะนำเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีในการเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญา ด้วย

  1.  

ขอทราบวิธีดำเนินการในการรับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เข้าศึกษาต่อหลักสูตร 4 ปี โดยการเทียบโอนผลการเรียน

ตอบ

ในการดำเนินการเทียบโอนรายวิชาเพื่อเข้าศึกษาต่อหลักสูตร 4 ปี สามารถทำได้ดังนี้กรณีที่ 1  ผู้สมัครเรียนที่สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) นั้น สามารถนำรายวิชาที่เคยศึกษาในระดับ ปวส. มาเทียบโอนเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี 4 ปีได้ เนื่องจากการศึกษาในระดับ ปวส. เป็นการศึกษาหลังมัธยมศึกษาตอนปลายซึ่งนับเป็นการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาตรี  ซึ่งในการพิจารณาเทียบโอนนั้นต้อง พิจารณาเป็นรายวิชาไป มิใช่เป็นการเทียบโอนยกเว้นให้มาเรียนเพียง 2 ปี  และจะต้องพิจารณาด้วยว่า นักศึกษาสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. ในสาขาวิชาใด ซึ่งหากไม่ตรงสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษาต่อ ก็ไม่อาจเทียบโอนรายวิชาในกลุ่มวิชาเอกได้  ทำให้นักศึกษาแต่ละคนที่เทียบโอนรายวิชาระดับ ปวส. เข้ามาศึกษาในระดับปริญญาตรีอาจต้องใช้เวลาในการศึกษาไม่เท่ากันทั้งนี้ สถาบันจะต้องปรับคุณสมบัติผู้เข้าศึกษาในหลักสูตร 4 ปี  โดยเพิ่มเติมคุณสมบัติรับเข้าผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. ในสาขาวิชาที่ตรงกันหรือที่สัมพันธ์กับหลักสูตร โดยใช้วิธีการเทียบโอนกรณีที่ 2  ผู้สมัครเรียนยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับ ปวส. และประสงค์จะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี 4 ปี  โดยการเทียบรายวิชาที่เคยศึกษามาก่อนในระดับ ปวส. หากเป็นกรณีที่นักศึกษาผู้นั้นมิใช่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาระดับ ปวส. แต่เป็นการออกกลางคันจากการศึกษาระดับ ปวส.  และสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ปี โดยใช้วุฒิ ปวช. ตามคุณสมบัติผู้เข้าศึกษาของหลักสูตร 4 ปี ก็สามารถนำรายวิชาที่เคยเรียนและสอบผ่านในระดับ ปวส. มาเทียบโอนได้